ทำความรู้จักกับไวรัส หนอน โทรจันและ Hoax

•November 9, 2009 • Leave a Comment

รู้จักผู้บุกรุกประเภทต่างๆ เมื่อไรถึงจะเรียกว่าไวรัส เมื่อไรถึงจะเรียกหนอน และ ?..

ไวรัส (Viruses) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้แพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่นๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ไวรัสจะแพร่กระจายตัวเองอย่างรวดเร็วไปยังทุกไฟล์ภายในคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะทำให้ไฟล์เอกสารติดเชื้ออย่างช้าๆ แต่ ไวรัสจะไม่สามารถแพร่กระจายจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้ด้วยตัวมันเอง โดยทั่วไปเกิดจากการที่ผู้ใช้เป็นพาหะ นำไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง เช่นเวลาที่ส่ง E-mail โดยแนบเอกสาร หรือไฟล์ที่มีไวรัสไปด้วย, การทำสำเนาไฟล์ที่ติดไวรัสไปไว้บนไฟล์เซริฟเวอร์, การแลกเปลี่ยนไฟล์โดยใช้แผ่นดิสก์เก็ต เมื่อผู้ใช้ทั่วไปรับไฟล์ หรือดิสก์มาใช้งาน ไวรัสก็จะแพร่กระจายภายในเครื่อง และจะเป็นวงจรในลักษณะนี้ต่อไป

หนอน (Worms) ในอีกความหมายหนึ่ง เป็นสิ่งที่อันตรายต่อระบบมาก (สามารถทำความเสียหายต่อระบบได้จากภายใน เหมือนกับหนอนที่กัดกินผลไม้จากภายใน) โดยทั่วไปก็จะคล้ายกับไวรัสคอมพิวเตอร์ และด้วยการอาศัยพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ยุค IT ในการแพร่กระจายตัวเองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หนอนร้ายเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถแพร่กระจายตัวเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยอาศัยระบบเน็ตเวิร์ค (E-mail) ซึ่งการแพร่กระจายสามารถทำได้ด้วยตัวของมันเอง ซึ่งจะแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและทำความเสียหายรุนแรงกว่าไวรัสมาก

โทรจัน (Trojan) ชื่อที่คุ้นหูจากมหากาพย์เมืองทรอยในอดีตของโฮมเมอร์ ถูกนำมาใช้เป็นชื่อของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้แฝงตัวเองเข้าไปในระบบและจะทำงานโดยการดักจับเอารหัสผ่านเข้าสู่ระบบต่างๆ และส่งกลับไปยังผู้ประสงค์ร้าย เพื่อเข้าใช้หรือโจมตีระบบในภายหลัง ซึ่งแฝงมาในหลายๆ รูปแบบ เช่นเกมส์ การ์ดอวยพร หรือจดหมายต่างๆ โปรแกรมโทรจัน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายระบบ หรือสร้างความเสียหายต่อระบบ คอมพิวเตอร์ โทรจันต่างจาก ไวรัส และหนอนคือมันไม่สามารถทำสำเนาตัวเองและแพร่กระจายตัวเองได้ แต่มันสามารถที่จะอาศัยตัวกลาง ซึ่งอาจเป็นโปรแกรมต่างๆ จดหมาย หรือการไปโหลดไฟล์จากแหล่งต่างๆ เมื่อเรียกใช้งานไฟล์เหล่านี้ โทรจันก็จะทำงานและจะเปิดช่องทางต่างๆให้ผู้บุกรุกเข้าโจมตีระบบได้ ดังเช่นที่พวกกรีกทำกับชาวเมืองทรอยเมื่อครั้งอดีต

ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax) เป็นรูปแบบหนึ่งที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การส่งข้อความต่อๆกันไปผ่านทางโปรแกรมรับส่งข้อความ หรือห้องสนทนาต่างๆ ซึ่งสามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้มากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นกับเทคนิค และการใช้จิตวิทยาของผู้สร้างข่าวขึ้นมา โดยส่วนใหญ่จดหมายประเภทนี้จะมีหัวข้อที่ชวนเชื่อ อ้างแหล่งข้อมูล และบริษัทใหญ่ๆเป็นการสร้างความเชื่อมั่น และเมื่อผู้รับส่งต่อไปยังเพื่อนสนิท และคนคุ้นเคย ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นมากขึ้น จากนั้นผู้รับก็จะทำตัวเป็นผู้ส่งต่อๆ ไปอีกหลายๆทอด ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของไวรัสหลอกลวง หากได้รับจดหมายประเภทนี้ก็ไม่ควรที่จะส่งไปต่อๆ หรือควรเช็คจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องก่อนทำการส่งต่อไป

30 โปรแกรมประสงค์ร้าย

•November 9, 2009 • Leave a Comment

1. โทรจัน (Trojan) คือ โปรแกรมที่แฝงตัวเองเข้าไปในระบบและจะทำงานโดยการดักจับเอารหัสผ่านเข้าสู่ระบบต่างๆ
2. ไวรัส (Virus) คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบของคอมพิวเตอร์ได้และจะหาโอกาสที่จะทำการแทรกเข้าไปอยู่ในระบของเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ
3. หนอน (Worms) คือ การแพร่กระจายสามารถทำได้ด้วยตัวของมันเองซึ่งจะแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและทำความเสียหายรุนแรงกว่าไวรัสมาก
4. ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax) เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อกวนที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
5. Spyware โปรแกรมที่คอยเก็บรวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมของผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตโดยไม่ให้บุคคลนั้นๆ รู้ตัว
6. Hybrid Malware/Blended Threats คือ Malware ที่รวมความสามารถของ virus, worm, trojan, spyware เข้าไว้ด้วยกัน
7. Phishing คือ การ…7. Phishing คือ การโจมตีในรูปแบบของการปลอมแปลงอี-เมล์ (Email Spoofing) และทำการสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อทำการหลอกลวงให้เหยื่อหรือผู้รับอี-เมล์เปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ
8. Zombie Network ซึ่งจะเก็บไฟล์หรือซอฟแวร์ที่ผิดกฎหมาย
9. Keylogger โปรแกรมชนิดหนึ่งที่แฝงตัวเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บข้อมูลการกดแป้นคีย์บอร์ดและดักเอารหัสผ่านต่างๆ เพื่อนำไปให้ผู้ไม่ประสงค์ดีนำเอาไปใช้งาน
10. Dialer แอพพลิเคชั่นที่ทำงานโดยการสั่งให้โมเด็มคุณตัดการเชื่อมต่อจาก ISP ที่ใช้บริการโดยหมุนหมายเลยไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ ทำให้มีค่าโทรศัพท์ที่สูงขึ้น
11. Vishing คือ เป็นการหลอกลวงรูปแบบใหม่ที่มาในรูปแบบการหลอกหลวงด้วยเสียงหรือทางโทรศัพท์
12. Bot Net คือ คอมพิวเตอร์ซอมบี้ที่ถูกแฮกเกอร์เข้าสิงผ่านโปรแกรมสุดแสบขนาดเล็กที่ฝังตัวอยู่ในฮาร์ดดิสก์นั่น
13. Skimming คือ เป็นการทุจริตผ่านระบบ ATM เป็นการติดตั้งอุปกรณ์หรือแป้นกดรหัสมาวางทับแป้นจริง
14. Backdoor คือ เป็นการเปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีหรือผู้เขียนโปรแกรมนั้นสามารถรีโมทเข้าไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้
15. Pharming คือ เป็นการที่ Hacker ได้เข้าไปโจมตี server ของเว็บไซต์ต่างๆ และทำการส่งคนเข้าเว็บไซต์ให้ไปที่เว็บไซต์ปลอมแทน
16. Logic bomb คือ เป็นชิ้นส่วนของ code ที่ถูกใส่เข้าไปในระบบอย่างจงใจ โดย Logic bomb นั้นจะเริ่มทำงานโดยมีตัวกระตุ้นบางอย่างหรือว่าเกิดเหตุการณ์ที่ตรงกับเงือนไขขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น programmer จะใส่ Logic bomb เข้าไปที่ server แล้วจะกำหนดให้เมื่อถึงวันศุกร์ที่ 13 ขึ้นมาเมื่อไหร่ให้ Logic bomb ทำการ format server
17. Adware เป็น software ที่แสดงโฆษณาหรือ download โฆษณาแบบอัตโนมัติหลังจากที่ computerได้ทำการ Install program บนระบบปฏิบัติการบางชนิดของ adware นั้นยังเป็น spyware ด้วยโดยการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานเอาไว้และจะทำการส่งโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมาให้ เช่น Sweet IM,123 Messenger
18. Browser hijacker จำนวนมากจะไม่อนุญาตให้ user ได้เปลี่ยนเป็นหน้า homepage ที่เขาต้องการ โดยส่วนมากจะทำการเปลี่ยนเป็นหน้า Start page ที่ Browser hijacker ต้องการหลังจากที่เรา boot เครื่องเสมอ
19. Pornware เป็นโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศและเรื่อง XXX -ต่างๆโดยมักจะมาในรูปแบบของToolbar และโปรแกรมทั่วๆไปและโปรแกรมนี้จะถูกติดตั้งโดยผู้ใช้หรือมาเองผ่านทางช่องโหว่ต่างๆก็ได้โดยปกติ pornware จะประกอบไปด้วย Porn-Dialer, Porn-Downloader
20. Remote exploit เป็นการทำงานโดยที่จะทำการเจาะระบบที่ได้รับการป้องกันที่ไม่ดีโดยอาศัยสิทธิที่มีมาก่อน
21. Local exploit เป็นการโจมตีที่ถ้าเข้ามาในระบบได้แล้วจะทำการเพิ่มสิทธิต่างๆเข้ามาใน User ที่เราได้สร้างเอาไว้โดยอาศัยความช่วยเหลือของ system administrator
22. Crimeware เป็นซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ได้รับประโยชน์ด้านการเงินอย่างผิดกฎหมาย
23. Ransomware เป็นโปรแกรมเรียกค่าไถ่ กระบวนการเรียกค่าไถ่ไฟล์นั้นจะเริ่มจากโจรไฮเทคใจร้ายใช้โปรแกรมเข้ารหัส “ล็อค” ไฟล์เอกสาร ทำให้เหยื่อไม่สามารถเข้าใช้ไฟล์ได้
24. Cracker คือบุคคลที่บุกรุกหรือรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกล ด้วยเจตนาร้าย cracker เมื่อบุกรุกเข้าสู่ระบบ จะทำลายข้อมูลที่สำคัญ ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์
25. SpyAgent เป็นการสะกดรอยการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบการทำงานของนักสืบซึ่งคอยสะกดรอยและเก็บบันทึกพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายอย่างละเอียด
26. Datamining เป็นการขโมยข้อมูลของเราไปใช้เพื่อการโฆษณา เป็นผลจากการที่มีคุกกี้ (Cookie) มาฝังตัวเพื่อให้เราสามารถใช้งานเว็บไซต์นั้นๆ
27. Aggressive Advertising การเผลอติดตั้งสคริปต์ spyware ลงในเครื่องของเรา เมื่อเราออนไลน์ท่องเน็ต ก็จะมีโฆษณาปรากฏเป็นระยะตามตัวเราไปทุกที่
28. Sumon เป็นหนอนที่สามารถหลุดรอดซอฟต์แวร์ทีป้องกันไปได้ ด้วยการพยายามเขียนข้อมูลทับไฟล์ HOSTS ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้เว็บไซต์ซีเคียวริตี้ที่เข้ามาตรวจสอบระบบไม่สามารถตรวจจับได้ จากนั้นจึงส่งต่อตัวเองพร้อมกับข้อความหลอกล่อให้ดาวน์โหลด
29. IP Spoofing เป็นรูปแบบการปลอมแปลง IP เพื่อเข้าสู่ระบบ โดยอาศัยช่องโหว่ในการเชื่อมต่อที่มีการตรวจสอบสิทธิเพียงครั้งเดียว
30. Mail Bombing เป็นการส่งอีเมล์จำนวนมหาศาลไปยังผู้รับหรือกลุ่มผู้รับที่เป็นเป้าหมาย

ที่มา CDOnline24

อินทราเน็ต (Intranet)คืออะไร

•November 6, 2009 • Leave a Comment

อินทราเน็ต (Intranet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงการสื่อสารด้วยระบบโปรโตคอลทีซีพี/ไอพี(TCP/IP) ซึ่งเป็นระบบโปรโตคอลในการสื่อสารของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ดังนั้น โปรแกรมเพื่อการสื่อสารบนเครือข่ายอินทราเน็ตจึงเป็นซอฟต์แวร์ชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างเครือข่ายอินทราเน็ตกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ครอบคลุมทั้งโลก อินเทอร์เน็ตไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และไม่มีใครสามารถควบคุมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ แต่สำหรับเครือข่ายอินทราเน็ตมีเจ้าของแน่นอน และถูกควบคุมโดยองค์กรหรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของ
อินทราเน็ตเกิดจากความคิดของระบบอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิดจากทุกมุมโลกเข้าด้วยกันได้ รวมทั้งการที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากที่ต่าง ๆ การมีบริการที่เป็นประโยชน์และความสามารถในการแสดงผลได้ตามต้องการแบบ 4ท (ที่เดียวทั่วโลก ทันที ทุกเวลา) นี้เอง ทำให้เกิดแนวคิดในการนำเทคโนโลยีของระบบดังกล่าวมาใช้งานในหน่วยงานหรือองค์กรซึ่งเมื่อย่อระบบอินเตอร์เน็ตลงมาในองค์กรก็เป็นระบบอินทราเน็ตนั่นเอง ดังนั้นอินทราเน็ตต้องมีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
การประยุกต์ใช้อินทราเน็ตถือเป็นการปฎิรูประบบงานในองค์กรใหม่และก่อให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการและขั้นตอนการทำงานในปัจจุบันและอนาคต ในปัจจุบันได้มีผู้ให้คำจำกัดความของอินทราเน็ตไว้ต่าง ๆ ดังนี้
– อินทราเน็ตเป็นระบบเครือข่ายภายในที่เชื่อมโยงเครือข่ายย่อยต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และให้ทุกคนในองค์กรใช้ร่วมกัน
– อินทราเน็ต เป็นรูปแบบของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในองค์กร
– อินทราเน็ต เป็นคำที่สื่อความหมายถึงการนำเทคโนโลยีของระบบอินเทอร์เน็ตมาใช้ เพื่อตอบสนองระบบงานภายในองค์กรโดยเฉพาะ
– อินทราเน็ตเป็นระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานเฉพาะในองค์กร
– อินทราเน็ต เป็นการนำเทคโนโลยีของระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ ในองค์กรหรือหน่วยงาน
– อินทราเน็ต เป็นการรวมสารสนเทศที่มีอยู่ โดยวิธีการปรับปรุงให้เข้าถึงและกระจายข้อมูลผ่านไอพี เครือข่ายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก ปรับปรุงวิธีการเข้าถึงสารสนเทศ การกระจายใช้สารสนเทศ และการบริหารสารสนเทศ
– อินทราเน็ต เป็นการนำเทคโนโลยีของระบบอินเทอร์เน็ต ที่ได้รับการยอมรับและเป็นมาตรฐานในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าด้วยกัน มาประยุกต์ใช้ในองค์กร หรือหน่วยงาน
จากนานาทัศนะดังกล่าวข้างต้น สามารถจำกัดความได้ว่าอินทราเน็ต เป็นระบบเครือข่ายภายใน
ที่นำเทคโนโลยีของระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้งานภายในองค์กร โดยการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายย่อยต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และนำมาใช้เพื่อตอบสนองระบบงานภายในองค์กรโดยเฉพาะและให้ทุกคนในองค์กรใช้ร่วมกัน อินทราเน็ตจึงถือว่าเป็น Corparate Portal หรือเว็บท่าองค์กร เป็นที่ที่ทุกคนต้องมาใช้เพื่อทำงานตามหน้าที่
e-company
อี-คอมพานี (e-company) หมายถึง องค์กรที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกรรมจากระบบเดิม ซึ่งใช้เอกสารในการประสานงานกัน มาเป็นระบบที่ใช้เอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยประยุกต์เทคโนโลยีในปัจจุบัน ปรับให้เข้ากับการดำเนินธุรกิจของแต่ละองค์กร ซึ่งจะทำให้การประสานงานกันทั้งภายในองค์กรเองและต่างองค์กรมีความสะดวกรวดเร็ว เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งและทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ปัจจุบันธุรกิจแบบเดิมที่เราคุ้นเคยกำลังหมดยุคไปทุกวันนี้การแข่งขันในตลาดโลกเริ่มรุนแรงขึ้น ไอที มีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นบุคลากรด้านไอทีที่มีความสามารถ รวมถึงการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีต่อกันระหว่าง ลูกค้าและซัพพลายเออร์ คุณภาพของการบริการจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีต่อการเจริญเติบโตของบริษัทฯ ต่างจากในอดีตที่เป็นเพียงส่วนเสริมของการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เท่านั้น
อี-คอมพานี เป็นการรวมเอาการดำเนินธุรกิจขององค์กรกับเว็บเทคโนโลยีเพื่อสร้างจุดแข็งให้กับบริษัทฯ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และลดค่าใช้จ่ายในส่วนปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ กลางและเล็ก รวมไปถึงธุรกิจเน็ตเจเนอเรชัน อันหมายถึงบริษัทในโลกยุคใหม่ที่ไม่มีข้อจำกัดทางด้านขนาดของการลงทุนจำนวนพนักงาน หรือแม้แต่ช่องทางในการทำธุรกิจ ที่ทุกแห่งเริ่มต้นในจุดเดียวกันแต่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลกและไม่มีข้อจำกัดของระยะทางอีกต่อไป
การทำธุรกิจบนระบบคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์กอย่างอีคอมเมิร์ซ และอี-บิซิเนส ที่เริ่มแพร่หลาย โดยเกิดจากกระแสการเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว อัตราความเจริญเติบโตของสังคมบนอินเทอร์เน็ตที่มีมากขึ้นอย่างทวีคูณ ทำให้ธุรกิจทุกประเภทต้องแสวงหาแนวทางการทำธุรกิจใหม่ หรือไม่ก็ต้องหาทางผนวกธุรกิจที่มีอยู่เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ โดยนอกจากต้องปรับปรุงระบบธุรกิจที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิผลสูงขึ้นก็ยังต้องพัมนาระบบไอทีในองค์กรควบคู่กันไปด้วย
ดังนั้น อี-คอมพานีต้องมีอินทราเน็ต ที่นำเทคโนโลยีของระบบอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้งานภายในองค์กร โดยปรับให้เข้ากับการดำเนินธุรกิจของแต่ละองค์กรด้วยซอฟต์แวร์
Corporate Portal
อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่าย จะต้องมีซอฟต์แวร์มาจัดระบบ ซอฟต์แวร์ที่ว่านี้จะทำให้เกิดเว็บท่าองค์กร Corparate Portal ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนในองค์กรจะต้องมาพบ มาใช้เพื่อการทำงาน การสื่อสาร การเรียนรู้ และการสันทนาการประเภทหลัก ๆ ของแอปบลิเคชั่นที่ประกอบเป็นเว็บท่าบริษัทมีทั้งส่วนทั่วไป และส่วนเฉพาะกิจกับองค์กรนั้น ซอฟต์แวร์เว็บท่าองค์กรจึงพอสรุปเป็นประเภท ดังนี้
Document Access
– Product Information
– Search Engine
– Policies and Procedures
– Phone Directory
– Newsletters
– Project information
– Official Travel Guide
– Employee Infobases
– Catalogs
– Newswire Clippings
– Software Libraries
– Art Libraries
Application Gateways
– Access to Legacy Systems (HR,Accounting)
– Access to Data Warehouse
– Access to Design Manaagement
– Product Support Databases
– Customer support
– Sales & Marketing Support Centers
– Training and Registration
– Subscription Services
Group Wares
– e-mail
– Conferencing
– Calendar Management
– Electronic meeting
– Workflow Management
– Voice Video Conferencing
– Whiteboard
– Document Sharing
– Chat
Knoledge Application
– Knowledge Management
– Information Mapping
– Decision
– Support
– Knowledge Filtering
– Knowledge Preservation
– e-Learning
– Experience Factory
การกระจาย Informantion
การที่จะทำให้ข้อมูลขององค์กรหาง่ายใช้งานได้สะดวกเป็นวัตถุประสงค์หลักของอินทราเน็ต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องควบคุมเนื้อหาของสารสนเทศในองค์กรให้เหมาะสม ซึ่งรูปแบบการใช้สารสนเทศแบ่งได้เป็น 3 อย่าง คือ สารสนเทศทางการ สารสนเทศกลุ่ม สารสนเทศไม่เป็นทางการ
– สารสนเทศทางการ ได้แก่ สารสนเทศที่เกี่ยวกับกฎระเบียบบริษัทฯ ที่ใช้ในองค์กรประวัติ
ผลงานล่าสุด รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ การบริการต่าง ๆ เป็นต้น
– สารสนเทศกลุ่ม ได้แก่ สารสนเทศที่ใช้ภายในกลุ่ม/แผนก, กลุ่มงานโครงการ เป็นเครื่อง
มือในการติดต่อประสานงานกัน การกระจายความคิด ร่วมมือกันในการทำกิจกรรมหรือการจัดการงานต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานแบบเดิมที่ต้องการส่งเอกสาร ถึงกันไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเอกสารหรือ FAX ให้กันเป็นต้น
– สารสนเทศที่ไม่เป็นทางการ ได้แก่ สารสนเทศที่ใช้ในการบริหารงาน การปฏิบัติงานและ
การใช้สารสนเทศในการพัฒนาเสริมสร้างความรู้ ทักษะในแขนงวิชาต่าง ๆ ให้บังเกิดผลสำเร็จ สามารถนำไปใช้ในการสนับสนุนการทำงานในแต่ละฝ่ายงานต่าง ๆ การที่เราจะมี Information ที่ดีมีประโยชน์นั้นจะมีส่วนในการประสานงานกับงานด้านการเก็บข้อมูลทุกชนิด ทุกประเภท เก็บข้อมูลอย่างมีระเบียบ แบบแผน ซึ่งจะทำให้ได้สารสนเทศนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง Work Process เพื่อลดขั้นตอนงานที่ไม่จำเป็น และให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน จำเป็นต้องปรับปรุงองค์กรและคนในองค์กรด้วย
ประโยชน์
ประโยชน์ และเป้าหมายของระบบเว็บท่าองค์กรทั้งต่อภายในองค์กร และนอกองค์กรมีมากมายสามารถแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้
1. เพื่อสร้างลูกค้า เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทำการตลาดอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้ลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายเกิดกำไรกับบริษัทฯ โดยใช้ต้นทุนต่ำ

2. กระจายสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในพื้นที่ที่กว้างมากเท่าที่ต้องการ เช่น
บริษัทฯ อีซูซุ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และมีสาขามากมายในประเทศต่าง ๆ สามารถทำให้มี สารสนเทศเดียวกัน ใช้ร่วมกัน และยังสามารถตัดขั้นตอนงานที่ซ้ำซ้อนลงได้ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. การเชื่อมต่อระบบกับธุรกิจอื่น และสามารถสร้างรายได้ในช่องทางใหม่ อีกทั้งยังช่วยผลักดันและเป็นหนทางให้บริษัทเติบโตหรือขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
4. ช่วยให้การประสานงานดีขึ้น การจัดทำ Web จำนวนมากนอกจากช่วยการประสานงานภายในแล้ว หุ้นส่วนอื่น ๆ ก็ได้รับประโยชน์ด้วย ช่วยให้มีการกระจายข่าวสารถึงกันได้อย่างรวดเร็วขึ้น
5. ช่วยในเรื่องการจัดองค์ความรู้ เริ่มตั้งแต่หน่วยงานย่อย ๆ รวมกันเป็นรูปบริษัทฯ บริษัทในเครือหุ้นส่วนสารสนเทศกระจายถึงกัน ส่งผลให้เกิดเป็นการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ทำให้เกิดเป็นสังคมข้อมูลข่าวสารที่กว้างสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น
6. เป็นช่องทางหาธุรกิจใหม่
อุปสรรคของการทำอินทราเน็ตและเว็บท่าบริษัท
บริษัทฯ หรือองค์กรหลาย ๆ องค์กร ที่นำอินทราเน็ตมาใช้ บางบริษัทก็ประสบความสำเร็จ บางบริษัทก็ประสบกับความล้มเหลว ซึ่งมีสาเหตุต่าง ๆ พอสรุปได้ดังนี้
– ผู้บริหารไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังผู้บริหารไม่ปรับตัว ทำให้พนักงานไม่กระตือรือร้นในการใช้ระบบ
– ข้อมูลที่อยู่บนระบบไม่ทันสมัย ทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือ
– ปัญหาเครื่องทำงานช้า ผู้ใช้เสียเวลารอข้อมูลนาน
– ข้อมูลไม่น่าสนใจ ใช้ยาก ไม่มีเครื่องช่วยให้เข้าหา Information
ดังนั้นการที่จะให้ ระบบอินทราเน็ตที่พัฒนาขึ้น ประสบผลสำเร็จได้ ผู้บริหารจะต้องให้ความสำคัญด้วย โดยถือเป็นนโยบายหลัก โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น จัดทำ ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือกันด้วยความเต็มใจ สะท้อนให้เกิดความร่วมมือกันด้วยความเต็มใจ สะท้อนให้เกิดประโยชน์กับบริษัทฯ ในภาพรวม โดยได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากผู้บริหาร

สุดยอด!หุ่นยนต์”กระโดด”ได้โดยไม่ล้ม

•November 5, 2009 • Leave a Comment

โทโมทากะ ทากาฮาชิ นักออกแบบและพัฒนาหุ่นยนต์จาก ROBO-GARAGE เจ้าของผลงานที่อาจจะคุ้นตาคุณผู้อ่านมาบ้างนั่นก็คือ Evolta หุ่นยนต์จิ๋วของ Panasonic ที่สามารถไต่เชือกขึ้นแกรนด์แคนยอนได้ด้วยแบตเตอรี่เพียง 2 ก้อน ล่าสุดทากาฮาชิคิดว่า ฮิวแมนอยด์ในยุคปัจจุบันที่สามารถ “วิ่ง” และเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องแคล่วนั้นยังไม่พอ เพราะหุ่นยนต์ของเขาสามารถ “กระโดด” ได้ด้วย…ว้าว!!!

ROPID หุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ขนาดเล็กที่มีความสูง เพียง 38 ซม. (14 นิ้ว) แต่สามารถกระโดดขึ้นไปด้วยเท้าทั้งสองได้สูงถึง 8 ซม. (3 นิ้ว) หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของความสูงของมัน และลงมายืนได้โดยไม่ล้ม โดยในระหว่างสาธิต เจ้า ROPID ถูกร้องขอให้แสดงการกระโดดให้ดูมากกว่า 20 ครั้ง เนื่องจากช่างภาพต้องการได้ช็อตเด็ดไปใช้ในการทำข่าวนั่นเอง

ชื่อของ ROPID มาจากการผสมคำว่า Robot กับ Rapid ซึ่ง ก็สอดคล้องกับคุณสมบัติของมันที่สามารถ “วิ่ง” และ “หมุนตัว” ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมนุษย์ นอกจากความสามารถดังกล่าวแล้ว ทากาฮาชิ ยังต้องการให้หุ่นยนต์ของเขาสามารถรับคำสั่งด้วย”เสียง”ได้อีกด้วย โดยเขาใช้ชิปรู้จำเสียง BSRM01-01E จากบริษัท Raytron ที่สามารถรู้จำคำสั่งที่เป็นคำ หรือวลีได้ โดย ROPID สามารถเข้าใจคำสั่ง และวลีได้ถึง 8 คำสั่งจากระยะห่างไม่เกิน 3 เมตร ที่ทำได้ก็เพราะชิปดังกล่าวมาพร้อมกับวงจรตัดเสียงรบกวน (noise-canceling) อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการสาธิต ROPID ตีความคำสั่งที่ได้ยินไม่ได้บ้างเหมือนกัน สงสัยจะเป็นเพราะตื่นเต้นกับเสียงแฟลชของนักข่าว

หาก สังเกตที่ปากของ ROPID คุณผู้อ่านจะเห็นว่า มันมีกลไกที่ทำให้สามารถขยับได้ด้วยเวลาพูด ซึ่งทำให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ที่มือของมันยังสามารถขยับนิ้วได้อีกต่างหาก คาดว่า น่าจะโปรแกรมให้หยิบจับของเบาๆ ได้ ROPID จะมีน้ำหนักแค่ 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น และมีข้อต่อแยกอิสระทั้งตัว 29 แห่ง (ขา 2 ข้างๆ ละ 7 ตำแหน่ง แขน 2 ข้างๆ ละ 5 ตำแหน่ง ลำตัว 1 ตำแหน่ง และหัวอีก 4 ตำแหน่ง) ตัวถังของหุนยนต์ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และพลาสติก ซึ่งทำให้ตัวมันมีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรงทนทานพอสมควร หัวใจของการทำงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของ ROPID ก็คือ กลไกการทรงตัวของขาทั้งสองที่ใช้ accelerometer เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่งใน 2 แกนทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ควบคุมการทรงตัว Gyro แบบ 2 แกน โดยเซ็นเซอร์ทั้งสองจะช่วยรักษาสมดุลย์ขณะที่ ROPID วิ่ง และหลังจากกระโดดลงมายืนกับพื้นอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น  ส่วนของลำตัวที่เอี้ยวตัวได้ยังมีกลไกที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการยืนไม่ให้ ล้มง่ายอีกด้วย สำหรับแผงวงจรควบคุมที่ใช้โปรแกรมท่าทางของ ROPID จะใช้ VS-RC003 จาก Vstone ซึ่งก็เป็นบอร์ดที่เราพบเห็นในหุ่นยนต์ขนาดเล็กทั่วไป

ขอบคุณ http://www.blogitnonstop.com/

Microsoft Project Natal>>>It’s very exsited

•November 5, 2009 • 1 Comment

Xbox360 พร้อมด้วยอุปกรณ์ใหม่ Project Natal

“Shane Kim” ผู้บริหารของไมโครซอฟท์ ออกโรงให้สัมภาษณ์แสดงความมั่นใจว่าเครื่อง Xbox360 จะมีอายุยาวนานถึง 10 ปี ยาวไปจนถึงปี 2015 พร้อมกับเปิดเผยที่มาของชื่ออุปกรณ์ตัวจับการเคลื่อนไหว Natal ว่าเป็นชื่อเมืองในบราซิล ที่นักพัฒนาหลายๆคนมาจากเมืองนี้

เครื่อง Xbox รุ่นแรกเปิดตัววางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2001 และมาหยุดการผลิตในช่วงต้นปี 2006 สำหรับยุคคอนโซลล่าสุดกับเครื่อง Xbox360 ไมโครซอฟต์มีความมั่นใจว่าจะมีอายุยาวนานมากขึ้น

“Shane Kim” ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจเกมไมโครซอฟท์ ให้สัมภาษณ์ผ่าน venturebeat แสดงความมั่นใจว่าเครื่อง Xbox360 จะมีอายุยาวนานถึง 10 ปี โดยเครื่องเกมตัวนี้เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 และคิมมั่นใจว่าเครื่องคอนโซลตัวนี้จะสามารถขายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2015 “เรามั่นใจว่าเครื่อง Xbox360 จะมีอายุขายยาวนานถึงปี 2015 อุปกรณ์ใหม่ Project Natal ถือเป็นนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยม มันสามารถทำงานได้กับเครื่อง Xbox360 ทุกเครื่องที่จำหน่ายออกไปแล้ว มันไม่ได้ทำให้มีพิกเซลมากขึ้นบนหน้าจอ แต่มันคือการทำลายกำแพงรูปแบบการเล่นเกมแบบเดิมๆ”

ในโอกาสนี้ “Shane Kim” ได้เปิดเผยที่มาของชื่อ Project Natal อุปกรณ์ตัวจับการเคลื่อนไหวตัวใหม่บนเครื่อง Xbox360 อีกด้วย โดยระบุว่าชื่อของ Natal เป็นเมืองหนึ่งในประเทศบราซิล ซึ่งทีมพัฒนาคนสำคัญในโปรเจกต์นี้หลายๆคนมาจากเมืองนี้ ซึ่งการตั้งชื่อว่า Natal ก็ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของอุปกรณ์ตัวนี้ก็ว่าได้ และยังเป็นต้นกำเนิดของอุปกรณ์ความบันเทิงยุคใหม่

อายุการใช้งานเครื่องคอนโซลเป็นระยะเวลา 10 ปี ถือเป็นเป้าหมายของเครื่องเกมคู่แข่ง ตระกูลเพลย์สเตชั่น จากค่ายโซนี่ ก่อนหน้านี้เครื่องเพลย์สเตชั่น รุ่นแรกมีอายุยาวนานถึง 11 ปีก่อนที่จะเลิกผลิตไป ทางด้านเครื่องเพลย์สเตชั่น 2 ปัจจุบันยังคงมีการผลิตออกมาวางจำหน่ายอยู่ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ฉลองครบรอบอายุครบ 9 ปี ส่วนเครื่องเพลย์สเตชั่น 3 คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอายุยาวนานกี่ปี เมื่อนับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2006

Colin Sebastian นักวิเคราะห์จาก Lazard Capital Markets มองว่าในงาน E3 2009 ที่มีการเปิดตัวอุปกรณ์ตัวจับการเคลื่อนไหวบนเครื่อง Xbox360 และเพลย์สเตชั่น 3 จะช่วยให้เครื่องเกมทั้งสองเครื่องมีการเติบโตขึ้น และทำให้อายุวงจรชีวิตของเครื่องเกมขยายออกไปได้อีก

ด้านตี๋หนุ่ม“จอห์นนี่ ลี” นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้ เมลลอน ยูนิเวอร์ซิตี้ที่เขาเคยเปิดเผยตัวเองผ่านทาง YouTube เมื่อปี 2007 ที่คิดค้นพัฒนารูปแบบใหม่ๆของการใช้ประโยชน์จากจอยควบคุมเกม Wii Remote ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค “Head Tracking for Desktop VR Displays” หรือการใช้ศีรษะในการควบคุมภาพ และ “Tracking fingers” ที่ใช้นิ้วมือจิ้มสั่งการระบบคอมพิวเตอร์กลางอากาศและใช้ปากกาพิเศษบนไวต์บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์แบบราคาย่อมเยามาแล้ว ล่าสุดเขาได้เปิดเผยว่าตัวเขาได้เป็นหนึ่งในทีมพัฒนาเจ้าอุปกรณ์ที่ชื่อ “โปรเจกต์ นาทัล” (Project Natal) ของไมโครซอฟท์ที่ทำให้โลกตะลึงมาแล้ว

ลีกล่าวว่า แม้ตัวเขาจะไม่ได้มีเครดิตในการพัฒนาโปรเจกต์ นาทัลเมื่อตอนนำมาโชว์ในงานแถลงข่าวของไมโครซอฟท์ในช่วง E3 แต่ตัวเขาก็มีส่วนร่วมอย่างมากในการทำให้มันเกิดภาพอย่างที่คุณเห็นกันบนเวที โดยทีมงานของเขาค่อนข้างใหญ่และเก่งๆด้วยกันทั้งนั้น ทุกคนที่เกี่ยวข้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อทำเดโมออกมาให้เห็น

ลีเปิดเผยว่า เขาทำงานเป็นหนึ่งในนักวิจัยในกลุ่ม Applied Sciences ที่ไมโครซอฟท์ ความจริงแล้วเขาอยากจะเปิดเผยรายละเอียดให้ได้ทราบกัน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ พร้อมอธิบายถึงตัวเซ็นเซอร์ 3D และกล้องที่สามารถจับภาพในระยะลึกของว่า มันมีราคาต้นทุกที่น้อยเอามากๆ

 

i say hello

•November 5, 2009 • 1 Comment

TEST Wordprass